แพนดอร่ายืนยันลงทุนไทยอีก 2,600 ล้านบาท

แพนดอร่าฯ ยักษ์ใหญ่ส่งออกกลุ่มอัญมณี ยืนยันยังลงทุนไทยต่อเนื่องปี 61-62 อีก 2,600 ล้านบาท

นายนีลส์ เฮแลนเดอร์ รองประธานอาวุโสสายงานการผลิตและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แพนดอร่า โพรดักชั่น จำกัด เปิดเผยว่า แพนดอร่าบริษัทผู้ผลิตเครื่องประดับสำหรับผู้หญิงที่มียอดจำหน่ายทั่วโลกรวมกันปีที่ผ่านมาถึง 114,000 ล้านบาท โดยปี 2560 บริษัทเติบโตร้อยละ 15 รวมการส่งออกจากไทยด้วย บริษัทยังคงยืนยันที่จะสานต่อการลงทุนในประเทศไทยต่อเนื่องตามแผน 5 ปี (พศ. 2558-2562) รวม 9,000 ล้านบาท ซึ่งโครงการลงทุนของบริษัทได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) แล้ว

สำหรับปี 2560 ลงทุนในไทย 6,375 ล้านบาท เปิดโรงงานแห่งที่ 2 จังหวัดลำพูนเปิดตัวไปแล้วเมื่อเดือนมีนาคมและลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตเครื่องประดับเงินเพิ่ม หรือโครงการ TRIPLE A ในนิคมอุตสาหกรรมอัญธานี กรุงเทพฯ โดยจะเปิดสายการผลิตวันที่ 20 มีนาคม 2561 ทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญของแพนดอร่า และปี 2561-2562 จะลงทุนเพิ่มอีก 2,625 ล้านบาท ปรับปรุงอาคารฝ่ายผลิตอื่น ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ตั้งเป้าสร้างกำลังการผลิตเครื่องประดับอัญมณีให้ได้ 200 ล้านชิ้นภายใน 5 ปีนับจากนี้ไปจากที่ขณะนี้มีกำลังผลิต 117 ล้านชิ้นต่อปี วางจำหน่ายทั่วโลกมากกว่า 100 ประเทศ ใน 6 ทวีปทั่วโลก ด้วยสัดส่วนยอดขายจี้ประดับและสร้อยข้อมือร้อยละ 75 รองลงมา คือ แหวน ร้อยละ 14 ตุ้มหู ร้อยละ 6 และสร้อยคอและจี้ห้อยคอร้อยละ 5

นอกจากนี้ ปี 2560 ยังเปิดศูนย์นวัตกรรมเครื่องประดับอัญมณีที่ใหญ่ที่สุดในโลกในกรุงเทพฯ ทำหน้าที่คิดค้นนวัตกรรมล้ำสมัย รวมถึงสินค้าที่สวยงามหลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพและตอบรับความต้องการของตลาดมากขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต

นายเฮแลนเดอร์ กล่าวว่า การเลือกไทยเป็นฐานการผลิตของแพนดอร่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะ ประเทศไทยดูแลสนับสนุนการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติเป็นอย่างดี ได้รับการสนับสนุนทั้งจากภาคประชาสังคมและสถาบันการศึกษา ประกอบกับประเทศไทยมีช่างที่มีฝีมือประณีตผลิตสินค้าคุณภาพสูง โดยบริษัทมีการจ้างงานคนไทยทั้งโรงงานที่จังหวัดลำพูนและกรุงเทพฯ โครงการ TRIPLE A รวม 13,200 คน และทั่วโลกจ้างแรงงานแล้ว 23,000 คน

สำหรับปี 2561-2565 แพนดอร่าตั้งเป้าเติบโตร้อยละ 7-10 ต่อปี โดยขับเคลื่อนผ่าน 4 กลยุทธ์ใหม่ คือ สร้างเครื่องประดับรูปแบบใหม่ ๆ ราคาที่ทุกคนสามารถครอบครองได้ สร้างประสบการณ์ของแบรนด์ในโลกดิจิทัล บูรณาการทุกช่องทางการขาย ระบบการผลิตที่คล่องตัว