ยังไม่มีตำรับ “ยาสมุนไพร” ขึ้นทะเบียนเป็นยารักษามะเร็ง แต่อยู่ระหว่างวิจัย 3 สูตร

กรมแพทย์แผนไทย ยันหนุน “สมุนไพร” ใช้รักษาโรค ดูแลสุขภาพ ย้ำยังไม่มีตำรับยาสมุนไพรขึ้นทะเบียนเป็นยารักษามะเร็ง ระบุอยู่ระหว่างการวิจัย 3 สูตร เผยยาสูตร N040 และเบญจอำมฤตย์ อยู่ในระหว่างการวิจัยในคน และสูตรวัดคำประมงอยู่ในขั้นหลอดทดลอง ด้าน ผอ.รพ.ยศเสเผยมีตำรับสมุนไพรจำนวนมากช่วยดูแลสุขภาพผู้ป่วยมะเร็งระหว่างรักษาแผนปัจจุบัน เสริมให้การรักษาดีขึ้นได้

จากกรณีกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดผลวิจัยสมุนไพรสูตรหมอแสง หรือนายแสงชัย แหเลิศตระกูล ว่าไม่ได้ผลในการยับยั้งเซลล์มะเร็งในระดับหลอดทดลอง แต่ช่วยคุณภาพชีวิตดีขึ้น ทำให้มีผู้ป่วยที่รับสมุนไพรหมอแสงออกมาตั้งคำถามว่า กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ไม่ได้สนับสนุนสมุนไพรในการใช้รักษาโรคหรือโรคมะเร็งเลยหรือ

วันนี้ (27 เม.ย.) นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า กรมฯ มีนโยบายในการสนับสนุนสมุนไพรเพื่อบำบัดรักษาโรค โดยอนุรักษ์ตำรับตำราภูมิปัญญาทางการแพทย์และพัฒนาต่อยอดจนเป็นตำรับยา มีการให้ทุนวิจัย และขึ้นทะเบียนตำรายาทั้งหมดที่มีในประเทศไทยรวมทั้งสิ้นกว่า 2 หมื่นตำรับ ซึ่งแพทย์แผนไทยจริงๆ แล้วไม่มียาเดี่ยว แต่ยาเดี่ยวมาทำภายหลัง เช่น ฟ้าทะลายโจร เป็นต้น อย่างไรก็ตาม สมุนไพรจะเน้นในเรื่องการกินเพื่อบำรุงและรักษาโรคบางชนิด อย่างโรคมะเร็งปัจจุบันยังไม่มีตำรับยาสมุนไพรใดที่ขึ้นทะเบียนเป็นยารักษามะเร็งโดยเฉพาะ แต่ก็มีการวิจัยอยู่ ทั้งการวิจัยของกรมฯ และการวิจัยร่วมกับเครือข่าย ซึ่งปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยสมุนไพรที่มีแนวโน้มพัฒนาเป็นสูตรยับยั้งมะเร็งได้ 3 ชนิด คือ 1.สูตร N040 ตำรายาจากภาคเหนือยับยั้งเซลล์มะเร็งปากมดลูก 2.เบญจอำมฤตย์ ยับยั้งมะเร็งตับ และ 3.สูตรวัดคำประมง โดยทั้งหมดอยู่ระหว่างการทดลองทั้งสิ้น แต่เบื้องต้นพบว่าสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งในหลอดทดลองได้ จึงมีการศึกษาต่อในสัตว์ทดลอง และในมนุษย์

นพ.เกียรติภูมิ กล่าวว่า สูตร N040 ขณะนี้อยู่ในระดับการทดลองทางคลินิก ซึ่งเป็นการทดลองระยะที่ 4 โดยระยะแรกเป็นการหาสารสำคัญในสมุนไพร อาทิ เถามวกขาว หญ้าขัด ตับเต่าใหญ่ ถั่วพู ราชพฤกษ์ เป็นต้น โดยทีมวิจัยได้หาสารสำคัญในระดับหลอดทดลอง ซึ่งพบว่ายับยั้งเซลล์มะเร็งปากมดลูกได้ จากนั้นจึงนำไปทดลองในสัตว์ ก็พบว่าได้ผลดีและมีความปลอดภัย ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดลองในมนุษย์ เพื่อศึกษาระดับที่เหมาะสม ส่วนสูตรยาเบญจอำมฤตย์ ยับยั้งมะเร็งตับจะประกอบด้วย มหาหิงคุ์ ยาดำบริสุทธิ์ รงทอง มะกรูด ขิงแห้ง ดีปลี พริกไทย รากทนดี และดีเกลือ ขณะนี้อยู่ระหว่างทดลองในมนุษย์ ซึ่งดูระดับความเป็นพิษระยะสั้นและระยะยาว และสูตรมะเร็งของวัดคำประมง อยู่ในขั้นการทดลองระดับเซลล์ว่ายับยั้งเซลล์มะเร็งเต้านมได้ดีแค่ไหน ซึ่งทำโดยมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กำลังจะเข้าสู่ขั้นทดลองในสัตว์และในคนต่อไป

“ย้ำว่าขณะนี้สมุนไพรต่างๆ ที่รักษามะเร็ง ยังไม่มีการขึ้นทะเบียน ดังนั้น จึงอยากให้รักษาแพทย์แผนปัจจุบัน หรือใช้แพทย์แผนไทยร่วมกัน แต่สิ่งสำคัญต้องปรึกษาแพทย์แผนปัจจุบันที่เรารักษา และได้รับความยินยอมจากแพทย์แผนปัจจุบันก่อนดีกว่า เพราะคนไข้มีภูมิต้านทานต่ำ แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน การได้สมุนไพรก็ต้องพิจารณาดีๆ บางอย่างอาจไม่เหมาะสมกับคนแต่ละคนได้ จึงอยากให้มีการปรึกษาแพทย์ และขอคำแนะนำก่อนจะตัดสินใจอะไร เพราะไม่อยากให้เสียโอกาสการรักษาโรคมะเร็ง เพราะมะเร็งหลายชนิดรักษาได้เมื่อพบตั้งแต่แรกๆ” นพ.เกียรติภูมิ กล่าว

นพ.วัฒนะ พันธุ์ม่วง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน (ยศเส) กล่าวว่า โรคมะเร็งความหมายในทางการแพทย์แผนปัจจุบันหมายถึง เนื้องอกชนิดร้าย เกิดขึ้นจากการแบ่งตัวของเซลล์อย่างรวดเร็ว ควบคุมไม่ได้ แทรกไปตามเนื้อเยื่อข้างเคียง สาเหตุเกิดจากสิ่งแวดล้อม จากพฤติกรรมเสี่ยง ซึ่งมาตรฐานการรักษาผู้ป่วยมะเร็งในแผนปัจจุบัน คือ การผ่าตัด การให้เคมีบำบัด และการใช้รังสีรักษา บางครั้งอาจใช้ศาสตร์การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกร่วมรักษาได้ ในกรณีที่แพทย์แผนปัจจุบันให้ความเห็นชอบ ส่วนทางการแพทย์แผนไทย “มะเร็ง” หมายถึง โรคเรื้อรังกลุ่มหนึ่ง ผู้ป่วยมักมีแผล ผื่น ตุ่ม ก้อน เกิดขึ้นตามร่างกาย การแพทย์แผนไทยเน้นในเรื่องของการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม มุ่งรักษาคนเป็นหลัก เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตไม่ใช่รักษาตัวโรคอย่างเดียว เป็นการรักษาดูแลผู้ป่วยทั้งด้านร่างกาย จิตใจ ครอบครัว สังคม และให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี ผู้ป่วยสามารถกินได้ นอนหลับ ขับถ่ายสะดวก สุขภาพจิตดี อยู่กับสังคมและโรคมะเร็งได้อย่างมีความสุข

นพ.วัฒนะ กล่าวว่า ส่วนการใช้สมุนไพรที่มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งมีหลายชนิด ทั้งยาตำรับและสมุนไพรเดี่ยว เช่น ยาเบญจอำมฤตย์ ยา N040 ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาวิจัยในผู้ป่วย นอกจากนี้ ยังใช้สมุนไพรสำหรับการรักษาแบบประคับประคอง ลดความทุกข์ทรมานต่างๆ ลดอาการข้างเคียงจากการรักษาแผนปัจจุบัน เช่น ยาขิงหรือชาชงขิง ลดอาการคลื่นไส้อาเจียน มะระจีน มะระขี้นก ยอดหรือดอกสะเดา หรือแกงขี้เหล็กเป็นอาหารรสขมช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร ยาหอมสุขไสยาสน์ หรือยาหอมตำรับอินทจักร์ช่วยให้นอนหลับ หรือกรณีที่มีแผลจากรังสีรักษา ใช้เจลว่านหางจระเข้ ครีมบัวบก ครีมหรือเจลพญายอช่วยรักษาแผลและบรรเทาอาการอักเสบ งดของแสลงต่าง ๆ เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ของหมักดอง ห้ามสูบบุหรี่ ส่วนการบำรุงรักษาร่างกายให้แข็งแรงนั้น ควรบริโภคอาหารให้ครบห้าหมู่ กินผักพื้นบ้าน อาหารเป็นยา ใช้สมาธิบำบัดเพื่อช่วยรักษาทางจิตใจ และการออกกำลังกายที่เหมาะสม

นอกจากนี้ ยาแผนไทยหรือสมุนไพรอีกกลุ่มหนึ่งที่อาจใช้ร่วมกับการรักษาแผนปัจจุบัน คือ ยาแก้น้ำเหลืองเสีย ซึ่งมีผลช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย เพราะเมื่อใช้ยาคีโมจะมีผลข้างเคียงทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวในระบบภูมิคุ้มกันถูกทำลายไปด้วย ทำให้ภูมิต้านทานลดลง มีผลให้ติดเชื้อโรคต่างๆ ง่ายขึ้น เช่น ยาแคปซูลหรือยาชงหญ้าปักกิ่งเป็นยาแก้น้ำเหลืองเสียที่อยู่ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ยาไฟโตเพล็กซ์ขององค์การเภสัชกรรม รวมถึงยังมีสมุนไพรที่มีงานวิจัยรองรับว่าช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ เช่น เห็ดหลินจือ มีสารเบตากลูแคน ที่มีฤทธิ์เสริมภูมิคุ้มกัน และกระตุ้นการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน (เอ็นเคเซลล์) ที่ฆ่าเซลล์มะเร็งได้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้วิจัยในหลอดทดลองพบว่า เจียวกู้หลานหรือปัญจขันธ์ และเถาวัลย์เปรียงเพิ่มฤทธิ์ของเอ็นเคเซลล์ได้ ดังนั้น เมื่อตรวจพบเป็นมะเร็งระยะเริ่มแรก ควรบำบัดรักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เสียโอกาสในการรักษา และสามารถเลือกใช้สมุนไพรเพื่อช่วยบรรเทาอาการข้างเคียงได้ ส่วนกรณีผู้ป่วยระยะสุดท้ายนั้น การรักษาด้วยการแพทย์แผนไทยควบคู่กับการแพทย์แผนปัจจุบันเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ป่วย แต่ต้องปรึกษาแพทย์ผู้ให้การรักษาก่อน

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์