“ปล่อยสัตว์” ยังไงให้ได้บุญ

ในอดีตที่ผ่านมาคนไทยถูกสั่งสอนจากรุ่นสู่รุ่นว่าการปล่อยสัตว์น้ำ ถือเป็นการทำบุญอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะเป็นการให้อิสระกับชีวิตที่ถูกกักขัง ซึ่งที่ผ่านมาก็จะเลือกปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำตามความหมายที่เชื่อว่าจะช่วยเสริมบุญบารมีและนำสิ่งที่ไม่ดีออกให้ผ่านพ้นไปจากตัวผู้ปล่อย แต่ทว่าจะมีสักกี่คนที่จะคำนึงถึงชนิดพันธุ์สัตว์น้ำต่างๆ เหล่านั้น ว่าปล่อยลงในแหล่งน้ำแล้วจะไปรุกรานสัตว์น้ำพื้นถิ่นหรือระบบนิเวศหรือไม่?

หรือปล่อยลงไปแล้วสัตว์น้ำจะสามารถเจริญเติบโตได้นานแค่ไหน? ด้วยเหตุนี้เองกรมประมงจึงมีนโยบายในการสร้างการรับรู้และเข้าใจถึงวิธีการปล่อยสัตว์น้ำลงแหล่งน้ำธรรมชาติที่ถูกต้องให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง
นางอุมาพร พิมลบุตร รองอธิบดีกรมประมง กล่าวว่า การปล่อยสัตว์น้ำลงแหล่งน้ำธรรมชาติถือเป็นเรื่องที่ดีที่เราจะได้มีโอกาสในการช่วยฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำของประเทศ แต่อย่างไรก็ตามการปล่อยสัตว์น้ำลงแหล่งน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคลของชีวิตในช่วงเทศกาลงานบุญต่างๆ อาทิ วันปีใหม่ของไทย วันเกิด ฯลฯ ขอให้เลือกปล่อยสัตว์น้ำและปลาสายพันธุ์ไทย เพื่อเป็นการสร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศของบ้านเรา เนื่องจากที่ผ่านมามีสัตว์น้ำบางชนิดถูกนำมาปล่อยด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ว่าเป็นสายพันธุ์ต่างถิ่น เช่น ปลาซัคเกอร์หรือปลาเทศบาล ปลาดุกบิ๊กอุย เต่าญี่ปุ่นหรือเต่าแก้มแดง ตะพาบใต้หวัน เป็นต้น สัตว์น้ำเหล่านี้เมื่อปล่อยลงแหล่งน้ำสาธารณะก็จะรุกรานสัตว์น้ำพื้นเมืองของไทยโดยตรง จนทำให้ปลาพื้นเมืองของไทยบางชนิดอยู่ในเกณฑ์เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ดังนั้นก่อนที่เราจะเลือกปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเราก็ควรศึกษากันให้ดีเสียก่อนว่าเราควรจะเลือกปล่อยสัตว์น้ำชนิดใดและจะปล่อยบริเวณไหนให้สัตว์น้ำสามารถดำรงชีวิตต่อไปได้ เนื่องจากสัตว์น้ำแต่ละชนิดมีลักษณะนิสัยและการดำรงชีวิตที่แตกต่างกัน ดังนั้นเพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสรอดให้กับสัตว์น้ำตลอดจนเป็นการร่วมกันดูแลระบบนิเวศของแหล่งน้ำสาธารณะของประเทศ กรมประมงจึงขอแนะนำวิธีเลือกพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำให้เหมาะสมกับสถานที่ที่จะปล่อยสัตว์น้ำ. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth