กบง.รื้อโครงสร้างราคาน้ำมันใหม่ “ลดราคาแน่”

กบง.รื้อสูตรโครงสร้างน้ำมันใหม่ ตัดค่าพรีเมี่ยมโรงกลั่นฯ มั่นใจราคาลดลงแน่ ช่วยลดภาระราคาน้ำมันดิบปีนี้ที่ราคาพุ่งขึ้น เตรียมหารือ ก.อุตสาหกรรมหนุน ECO-Sticker รถยนต์

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) วานนี้ (26 มี.ค.) ได้พิจารณาเรื่องการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงหน้าโรงกลั่นและราคาขายปลีก ซึ่ง กบง.มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ไปศึกษาข้อมูลและจัดทำรายละเอียดเพิ่มแล้วนำกลับเข้าสู่การพิจารณาของ กบง.อีกครั้งวันที่ 5 เมษายนนี้ ก่อนประกาศใช้สูตรราคาใหม่

สำหรับหลักการที่จะปรับใหม่จะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคและเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การปรับโครงสร้างคำนวนค่าการกลั่นใหม่ จากเดิมอ้างอิงตลาดสากล (ตลาดสิงคโปร์) บวกค่าพรีเมี่ยม เช่น ค่าปรับปรุงคุณภาพน้ำมัน และอื่น ๆ ก็จะมีการยกเลิกค่าพรีเมี่ยม สุดท้ายแล้วผู้บริโภคจะได้ประโยชน์จากราคาขายปลีกน้ำมันที่ลดลง

ส่วนราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นระลอกใหม่ขณะนี้ รมว.พลังงาน กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับปัจจัยตลาดโลก ซึ่งมีทั้งปัญหาการเมืองโลก ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจโลกขยายตัว ความต้องการน้ำมันเพิ่มขึ้น ดังนั้น ราคาน้ำมันดิบดูไบปีนี้อาจจะทรงตัวระดับสูงที่ 65-70 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการ สนพ. กล่าวด้วยว่า ที่ประชุม กบง.ยังได้รับทราบรายงานความคืบหน้าการดำเนินการแผนอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2558 – 2579 (EEP 2015) โดยความก้าวหน้าการดำเนินงานตามแผน EEP 2015 ณ ปัจจุบัน (ไม่รวมมาตรการภาคขนส่ง) ซึ่งมีเป้าหมายการอนุรักษ์พลังงาน ปี 2560 อยู่ที่ 703 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ (ktoe) โดยกระทรวงพลังงาน ได้ดำเนินมาตรการหลักภายใต้แผน EEP 2015 ซึ่งมีผลการอนุรักษ์พลังงาน ถึงไตรมาส 4 ปี 2560 คิดเป็นผลรวมประมาณ 713.42 ktoe หรือคิดเป็นร้อยละ 101.48 ของเป้าหมายปี 2560

ส่วนมาตรการการอนุรักษ์พลังงานภาคขนส่ง (EE7) ที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการ ECO-Sticker ที่จำนวนรถใหม่ยังไม่เป็นไปตามเป้า และกรณีของการขนส่งระบบราง โดยเฉพาะรถไฟรางคู่ การก่อสร้างยังไม่เสร็จจึงยังไม่มีการรับรู้ผลประหยัดพลังงาน ซึ่ง รมว.พลังงานได้สั่งการให้หารือกับกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคตระหนักถึง ECO-Sticker หรือมีแคมเปญดึงดูดผู้ใช้ เพื่อให้เกิดการประหยัดพลังงานต่อเนื่อง. -สำนักข่าวไทย